2006-02-28

...เรื่องแต่ง...


February 14, 2006

...เสียงประกาศจากพนักงานบริการบนเครื่องว่า อีกประมาณ 5 นาที จะทำการฉายหนังเรื่อง

"วอร์ค เดอะ ไลด์" ผู้โดยสารสามารถปรับเปลี่ยนภาษาได้ทางชาแนล 1 หรือ 2

"ฉัน" เงยหน้าขึ้นมองไปตามเสียงที่ถามว่า "รับไอศครีมมั๊ยคะ" พร้อมกับมือที่ยื่นห่อแท่งไอศครีม

ยี่ห้อหนึ่งมา...

...ฉันไม่ได้รับในทันทีแต่หันกลับมาทางซ้ายพร้อมกับเอ่ยปากถาม "เขา" ว่า "กินมั๊ย"


...ใบหน้าเรียบเฉยนั้นขยับในความหมายปฏิเสธโดยไม่ได้กล่าวคำใดออกมาแต่เอื้อมมือหยิบหูฟังขึ้นมาใส่พร้อมกับปรับปุ่มข้างที่นั่ง...

...ฉันหันกลับไปยื่นมือรับไอศครีมพร้อมกับยิ้มขอบคุณ...หนังเริ่มฉายแล้ว...ฉันหยิบหูฟังขึ้นมาใส่บ้างและปรับหาช่องภาษาอังกฤษ ในใจยังอดสงสัยไม่ได้ว่าคนที่นั่งข้าง ข้าง จะเลือกฟังช่องไหนนะ...

..."เขา" ดูจดจ่ออยู่กับหนังตั้งแต่เริ่ม แผ่นหลังเหยียดตรงเอนพิงไปกับพนัก สองมือกอดหลวม หลวม ไว้ที่อก แม้จะไม่ได้มองเขาตรง ตรง แต่ฉันก็รู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกช้า ช้า ฉันขยับตัวเล็กน้อยให้อยู่ในท่าที่สบายกว่า หัวไหล่ฉันสำผัสต้นแขนเขาโดยไม่ได้ตั้งใจเนื่องจากการเปลี่ยนท่านั่ง ดูเหมือนเขาก็จะรู้สึกได้แต่ก็ไม่ได้ขยับตัวแต่อย่างใด...


เนื่องจากเที่ยวบินนี้ใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมงจึงจะถึงจุดหมาย ฉันคิดในใจอยากให้ฉายหนังสัก 2 เรื่องน่าจะฆ่าเวลาบนเครื่องได้เหมาะเจาะพอดี...

.....................................................................



..."วอร์ค เดอะ ไลด์" เป็นหนังที่ฉันอยากดูมาตลอด หนังสร้างจากชีวิตจริงของ "จอนนี่ แคส" นักร้องเพลงคันทรี่เจ้าของรางวัลแกรมมี่ 11 ตัว กับแรงบันดาลใจของเขา "จูน คาร์เตอร์ แคส" ทั้งสองโลดแล่นอยู่บนเวทีเพลงคันทรี่ ตั้งแต่ยุคปี40 ... ความรัก ความเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุข...เป็นหนังอัตชีวประวัติที่ดูสนุกทีเดียว ฉันไม่แปลกใจเลย ที่ นักแสดงนำหญิงของเรื่องได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ และยังเป็นตัวเก็งออสการ์ปีนี้ด้วย...


...เรื่องเดียวที่น่าเสียใจก็คือ "จูน และ จอนนี่ แคส" ไม่มีโอกาศได้ชื่นชมกับหนังเรื่องนี้ ทั้งสองเสียชีวิตก่อนที่หนังจะถ่ายทำเสร็จสมบูรณ์ ในปี 2003 "จูน แคส" เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจในเดือนพฤษภาคม จากนั้น 3 เดือนถัดมา "จอนนี่ แคส" ก็จากไปในปีเดียวกัน...


.....................................................................


...เสียงเพลง "วอร์ค เดอะ ไลด์" ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อตัวหนังสือแสดงรายชื่อให้เครดิตผู้มีส่วนร่วมในการสร้างหนังเคลื่อนอยู่บนจอ..."เขา" ขยับตัวบิดขี้เกียจช้า ช้า พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า...

"คิดว่าไง......ตัวเอกในเรื่องเห็นแก่ตัว รึปล่าว"

...หนึ่งคำถามจาก "เขา" มีหลายคำตอบในใจฉัน

..."เห็นแก่ตัวเหรอ" ...


...ไม่หรอก ใคร ใคร ก็ทำเพื่อ "ตัวเอง" ทั้งนั้นแหละ อะไรก็ได้ที่ทำแล้วตัวเองมีความสุขไง คือคำตอบ โดยไม่ต้องการเหตุผลใด ใด เพื่ออธิบาย

...รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า "เขา" เมื่อได้ฟังคำตอบ...

"ตอบจากตัวเอง รึปล่าว .... ใช้เหตุผลนี้บ่อยล่ะสิ"

...แทนคำตอบ ฉัน หัวเราะเบา เบา คิดในใจ "ก็เพราะทำแล้วมีความสุข ไง ตัวเอกของเรื่องถึงมาอยู่ตรงนี้ ให้ตายเถอะ ฉันเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่า “เขา” ยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับวัน เวลา แบบนี้ กับ “เธอ”

...แต่อย่าถามหาเหตุผลเลย...

“เพราะว่ามันไม่เคยมีหรอก"


.....................................................................


ความคิดฉันสะดุดลงเมื่อมีเสียงประกาศจากกัปตันว่าเครื่องกำลังจะลดระดับ ทำให้ "เขา" ขยับตัวอีกครั้งเพื่อมองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะหันมาบอกว่า...

"อากาศดีนะ น่าจะมองเห็นแนวปะการังจากบนนี้...ขอให้อากาศดีอย่างนี้อีกวันแล้วกัน คลื่นไม่แรง น้ำทะเลคงจะไม่ขุ่น... พรุ่งนี้จะเป็นยังไงนะ"

...ฉันยิ้มแทนคำตอบ...บางที "ฉัน" น่าจะมีคำถามให้กับ "เขา" มากกว่านะ...

...รึว่า...จะเป็น "คำตอบ" ที่เขาไม่ได้ถาม แต่ฉัน "อยาก" ตอบล่ะ.... คิดแล้วฉันก็อยากรู้ขึ้นมาจริง จริง ว่า "เขา" จะอยากฟังคำตอบจากฉันรึไม่


“แต่อย่าถามหาเหตุผลเลย...

...เพราะว่ามันไม่เคยมีหรอก"

.....................................................................


"I keep a close watch on this heart of mine
I keep my eyes wide open all the time
I keep the ends out for the tie that binds
Because you're mine, I walk the line

I find it very, very easy to be true
I find myself alone when each day is through
Yes, I'll admit that I'm a fool for you
Because you're mine, I walk the line"

"Walk the line"
Johnny Cash


3 comments:

Anonymous said...

นี่รึเปล่าที่อยากให้ติดตาม แค่เนี๊ยะ!!!!
ดูดิช่วงนี้เข้ามาดูทุกวันเลยยย
เป็นเพื่อนที่ดีม๊ะ

Anonymous said...

เอิ้ก เอิ้ก
เข้ามาอ่านบ้าง

หงิ หงิ

คิดถึงจัง

somnong

สีน้ำ said...

ก็บอกว่า....เรื่องแต่ง ง่ะ เรื่องแต่ง
...อย่าเข้าใจว่าเป็นเรื่องจริง...งุงิ งุงิ

ได้แค่นี้ก็นอนฝันหวานไปสามวันแร๊ว

เรื่องมันแต่งขึ้นวันวาเลนไทส์ นาเฟ้ยยย

ไป Great Barrier Reef วันวาเลนไทส์
มี Walk the line เป็น topic อีกตะหาก

หูย....พล๊อตเรื่องช๊านออกจะจ๊าบ

ฮ่า ฮ่า ฮ่า