2006-09-30

...Uprightness...

Image details: Odaiba, Tokyo; Date: April, 2004


...เป็นเรื่องแปลก...

"แต่จริง"

ที่คนเรามักจะเลือกรักษาหน้าตาทางสังคม

"มากกว่า"

ที่
จะแคร์ความรู้สึกของคนที่รักเขา

...และเลือกที่จะทิ้งความหวังดีเหล่านั้น

"ไว้ข้างหลัง"

............................

2006-09-18

...นักวิจัยกลางทะเลลึก...


...หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน (คอลัมน์อะไรซักอย่าง) มาขอสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่กองวิจัยที่ศูนย์ฯ ถึงแม้สำนวนคนเขียนคอลัมน์จะเสี่ยวไปหน่อย (ในความคิดส่วนตัว) แต่อ่านแล้วรู้สึกดีกับตัวงาน มีคนมาคอมเมนต์(ที่ไม่ใช่หน้าม้า) ซะด้วย แต่ส่วนใหญ่จะออกแนว "ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีหน่วยงานแบบนี้อยู่ในประเทศไทย" กันซะมาก แต่ก็นับว่ามีเลสปอนด์ที่ดีกลับมา ไม่นับเรื่องที่เจ๊คนสัมภาษณ์พยายามจะคาดคั้นหาเรื่องตื่นเต้นระหว่างออกเรือทำงานให้ได้(พี่จุ๊ยบอก) ซึ่งนี่เป็นสาเหตุนึงที่เนื้อหาส่วนหนึ่งเขียนไปในแนวตื่นเต้นเร้าใจประมาณว่า งานมีความเสี่ยงสูง ทั้งคลื่นลม อุบัติเหตุ แถมโจรสลัดด้วยสิ่ (เอาเข้าไป -_-") ไม่เห็นใจกันบ้างเลยว่าถ้าเผื่อพ่อแม่+ญาติๆที่บ้านได้อ่านแล้วจะพาลบังคับให้ลาออกจากงานเสียปล่าวๆ -_-"

...มันออกจะยาวไปนิด เลยตัดเนื้อหาส่วนวิชาการยากๆออกไปนิดหน่อย ทีแรกจะทำลิงก์ไป แต่รู้สึกว่าเวปมันช้ามาก เลยเอามาแปะในนี้เลยดีกว่า...

.
.
.


".....ใครจะเชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็กๆจะอดทนรอนแรมกลางทะเลอันกว้างใหญ่เป็นเวลาแรมเดือน บางครั้งต้องระแวดระวังโจรสลัดที่ซุ่มโจมตีตามแนวช่องแคบมะละกา เธอถูกฝึกให้พร้อมรับมือกับอุบัติภัยทางทะเลที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เพียงเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลทางทะเลอันจะเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ไปรู้จักกับบทบาทของ 'นักสมุทรศาสตร์' อีกอาชีพหนึ่งที่ชวนท้าทายและค้นหา....."

*สำรวจทะเลในหลายประเทศ*


....................หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็น ป่าไม้ แม่น้ำลำธาร สัตว์ป่า หรือบรรดาสัตว์น้ำน้อยใหญ่ แต่คงมีไม่กี่คนนักที่เคยได้ยินหรือรู้จักการวิจัยทะเลที่ต้องลอยเรือเพื่อ สำรวจและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสภาพน้ำทะเลและสัตว์ทะเลต่างๆ ซึ่งเราเรียกผู้ที่ทำงานด้านนี้ว่า 'นักสมุทรศาสตร์'

'ป้อม' สุกัญญา อบรมวรรณ สาวน้อยหน้าใสวัย 25 ปี ก็เป็นหนึ่งในทีมงานดังกล่าว เธอเป็นนักสมุทรศาสตร์การประมง (Fisheries Oceanographer) 1 ใน 4 คน ของศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำประเทศไทย โดยมีหน้าที่สำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาพน้ำทะเลในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเธอจะเดินทางไปกับเรือซึ่งล่องไปในทะเลอันกว้างใหญ่ ผ่านน่านน้ำของหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ไทย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย พม่า บังกลาเทศ ไปจนถึงอินเดีย

"เรา จะลงเรือสำรวจไปกับเจ้าหน้าที่ของกรมประมงซึ่งทำงานร่วมกัน โดยเราทำงานในส่วนของการวิจัยคือจะสำรวจข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับน้ำทะเล เช่น ความเค็ม อุณหภูมิ และธาตุต่างๆที่อยู่ในน้ำ นอกจากนั้นยังสำรวจเกี่ยวกับชนิดและปริมาณของสัตว์น้ำที่อยู่ในทะเลบริเวณ ต่างๆด้วย สำหรับการสำรวจน้ำทะเลนั้นเราจะมีเครื่องมือที่ใช้ในการสำรวจและวัดผลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ความเค็ม ความลึก อุณหภูมิ คลอโรฟีลล์ในน้ำ สารอาหาร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงคุณภาพน้ำ ส่วนการสำรวจชนิดและปริมาณสัตว์น้ำนั้นเราจะดูจากปลาหรือสัตว์น้ำที่ติดมา กับอวนลากที่ทางเจ้าหน้าที่ของกรมประมงทำการลากอวนขึ้นมา โดยเราจะทำการบันทึกข้อมูลต่างๆเก็บไว้ เช่น ชนิด ขนาด จำนวนที่พบ”

ข้อมูลที่ทางนักสมุทรศาสตร์เก็บรวบรวมนั้นจะเป็นข้อมูลเชิงวิชาการ
ที่ประเทศต่างๆ สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพน้ำซึ่งมีผลต่อทรัพยากรทางทะเลและการประมง ทำให้ทราบว่าปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นหรือลดลง ควรจะทำการประมงในลักษณะใด รวมทั้งรู้ว่าการทำประมงและการทำอุตสาหกรรมในประเทศนั้นๆ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลหรือไม่ และควรจะแก้ไขอย่างไร

*เครื่องมือสุดไฮเทค*


....................ทั้งนี้ การสำรวจสภาพน้ำทะเลและสัตว์น้ำนั้นผู้สำรวจจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือต่างๆ อันได้แก่ เครื่อง CTD ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวัดอุณหภูมิ ความเค็ม และความลึกของน้ำทะเลในบริเวณต่างๆ โดยขณะสำรวจต้องจอดเรือเพื่อหย่อนเครื่องมือดังกล่าวลงไปในทะเล โดยจะมีการตั้งโปรแกรมว่าต้องการวัดค่าน้ำทะเลที่อยู่ในระดับความลึกเท่าไร เมื่อหย่อนเครื่องมือลงไปแล้วกระบอกเก็บน้ำจะทำการเก็บน้ำในระดับความลึก ตามโปรแกรมที่ตั้งไว้ ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับอุณหภูมิ ความเค็ม และความลึกของระดับน้ำจะถูกส่งไปยัง เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อประมวลผล ส่วนตัวอย่างน้ำที่เก็บได้ทางเจ้าหน้าที่จะนำไปวิจัย เพื่อหาปริมาณแพลง ก์ตอนและคลอโรฟิลในน้ำต่อไป

*รอนแรมนานนับเดือน*


....................นักสมุทรศาสตร์จัดเป็นงานที่ต้องทำด้วยใจรักจริงๆ เพราะต้องทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และทุ่มเทเวลาในการทำงานชนิดที่เรียกว่าตัดตัวเองจากโลกภายนอกเลยทีเดียว เนื่องจากการล่องเรือสำรวจทะเลแต่ละครั้งนั้นต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ และบางโปรเจกต์อาจนานถึง 3 เดือน กว่าจะได้ขึ้นฝั่งไปเจอกับครอบครัวหรือสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ป้อมบอกว่า นอกจากงานสำรวจและวิจัยทะเลซึ่งถือเป็นงานหนักสำหรับผู้หญิงแล้ว หลายครั้งต้องต่อสู้กับความหวาดกลัวขณะเผชิญกับคลื่นลมที่โหมกระหน่ำ และความรู้สึกเหงาอ้างว้างเพราะหันหน้าไปทางไหนก็เจอแต่น้ำกับฟ้าสุดลูกหู ลูกตา

"ระยะเวลาในการเดินเรือแต่ละครั้งก็ขึ้นอยู่กับโครงการ บางครั้งก็แค่ 1-2 สัปดาห์
แต่บางโครงการอาจกินเวลาถึง 2-3 เดือน คือเราสำรวจตั้งแต่ทะเลในอ่าวไทย ทะเลอันดามัน ไปจนถึงมหาสมุทรอินเดีย ลอยเรืออยู่ในทะเลนานๆก็มีเหงาบ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะช่วงแรกๆ แต่ที่รู้สึกว่าหนักมากคืออาการเมาเรือ (หัวเราะ) ขนาดเป็นคนที่ไม่เมาเรือนะ บางทีเรือโคลงมากๆก็แย่เหมือนกัน แม้แต่เจ้าหน้าที่ประมงที่เป็นผู้ชายบางคนยังถึงกับอาเจียน นอนแผ่ก็มีแต่งานนี้ก็ทำให้เรามีโอกาสหลายอย่างนะ มีโอกาสได้ไปต่างประเทศ เพราะเวลาไปสำรวจในน่านน้ำต่างๆนั้นเรือต้องเทียบท่าเพื่อซื้อเสบียงทุก 1-2 สัปดาห์ เราก็ได้ขึ้นฝั่งไปดูบ้านเมืองของประเทศนั้นประเทศนี้ ได้รู้จักเพื่อนต่างชาติ คือบางโปรเจกต์จะมีนักสมุทรศาสตร์จากประเทศสมาชิกเข้าร่วมด้วย "

*ทำงานในหมู่ชายฉกรรจ์*

....................แม้ว่านักสมุทรศาสตร์ของศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำประเทศไทย 3 ใน 4 คนเป็นผู้หญิง แต่การออกสำรวจในทะเลแต่ละครั้ง พวกเธอต้องแยกย้ายกันไปทำงาน และกลายเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในหมู่ชายหนุ่ม ที่ล่องเรือสำรวจทะเลกว้างเป็นเวลาแรมเดือน แต่พวกเธอกลับยืนยันตรงกันว่า สามารถทำงานได้อย่างสบายใจโดยไม่หวั่นเกรงอันตรายแม้แต่น้อย

....................'จุ๊ย' เพ็ญจันทร์ ละอองมณี หัวหน้าทีมสมุทรศาสตร์ (Fishing ground and Fishery Oceanography) ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำงานมากว่า 12 ปี บอกว่า "ทีม งานส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกัปตันเรือ เจ้าหน้าที่ประมง หรือคนงาน แต่ไม่กลัวนะ(หัวเราะ) เพราะรู้สึกว่าพวกเขาเป็นเพื่อน เป็นพี่น้องกันหมด ถ้าจะกลัวก็กลัวในเรื่องอุบัติเหตุต่างๆมากกว่า คืองานที่ทำมันมีความเสี่ยงตลอด อย่างออกเรือไปมหาสมุทรอินเดีย อยู่ในทะเล 4-5 วันกว่าจะขึ้นฝั่ง ถ้าช่วงนั้นเกิดเจอมรสุม เรือล่มขึ้นมาก็คงลำบาก ที่ผ่านมาก็เจอลมมรสุมบ้างแต่ไม่หนักหนาอะไร เพราะเรือของเราจะมีแฟกซ์อากาศที่สามารถรับข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศที่ส่ง มาจากหน่วยงานด้านการพยากรณ์อากาศโดยตรง ทำให้ทราบว่าสภาพทะเลในช่วงนั้นเป็นอย่างไร ถ้ามีมรสุมกัปตันก็จะแล่นเรือหลบไปอีกด้านหนึ่ง"

ขณะที่ สุกัญญา พูดถึงเทคนิคในการทำงานท่ามกลางชายหนุ่ม ว่า


"เราต้องกินง่าย อยู่ง่าย แล้วก็ให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน เราไม่ได้ถือตัวว่าเราเป็นนักวิชาการ เป็นนักวิจัยนะ ถึงแม้บางคนเขาเป็นแค่คนงานในเรือเราก็ถือว่าเขาเป็นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง โดยรวมก็ไม่ลำบากอะไรนะ อาจต้องประหยัดในการใช้น้ำเพราะเราต้องล่องเรือไปในทะเลนานๆ แต่อาหารการกินก็จัดว่าใช้ได้เพราะพ่อครัวเขาเก่ง จับโน่นจับนี่มาปรุงเป็นสารพัดเมนู (หัวเราะ)"

*อันตรายรอบด้าน*

....................อย่างไรก็ดี พวกเธอยอมรับว่าการล่องเรือสำรวจกลางทะเลลึกนั้นมีอันตรายอยู่รอบด้าน ทั้งภัยอันตรายจากธรรมชาติ อย่างลมมรสุม หรือคลื่นยักษ์ที่ไม่รู้จะก่อตัวขึ้นเมื่อไร อันตรายจากอุบัติเหตุต่างๆ เช่น ไฟไหม้ เรือล่ม หรืออุบัติเหตุในการทำงาน และที่น่ากลัวไม่แพ้กันก็คือภัยจากโจรสลัดที่มักดักปล้นเรือตามแนวช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นเส้นทางหนึ่งที่เรือสำรวจต้องแล่นผ่าน ดังนั้นพวกเธอจึงถูกฝึกให้เตรียมพร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์

....................เพ็ญจันทร์พูดถึงวิธีการรับมือกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นทุกขณะว่า "ทุกครั้งหลังจากลงเรือไปได้ 24 ชั่วโมงจะมีการซักซ้อมกรณีเกิดเรือล่ม หรือไฟไหม้ เช่น ซ้อมรวมพล ใส่ชูชีพ เตรียมลงเรือยางขนาดเล็ก เราต้องฟังและทำตามสัญญาณต่างๆ ช่วงที่เรือผ่านช่องแคบมะละกาซึ่งมีโจรสลัดชุกชุมพวกผู้ชายก็ต้องผลัดกันเข้าเวร เพื่อคอยดูรอบๆเรือว่ามีเรือลำไหนเข้ามาใกล้หรือไม่ คือช่องแคบมะละกาจะมีระยะทางไกลพอสมควร และเราไม่สามารถเลือกได้ว่าจะวิ่ง เรือผ่านในช่วงกลางวันหรือกลางคืน พวกโจรสลัดจะใช้วิธีส่งเรือเร็วลำเล็กเข้ามาจอดเทียบแล้วบุกขึ้นปล้นในช่วง กลางคืน เราก็ต้องคอยระวัง ที่ผ่านมายังไม่เคยเจอสถานการณ์ร้ายแรง เท่าที่รู้เคยมีกรณีเรือสำรวจของจีนล่ม แล้วหัวหน้าทีมสมุทรศาสตร์เสียชีวิต คือเขาเป็นเพื่อนกับหัวหน้าของเรา หัวหน้าทราบข่าวก็เศร้าไปหลายวันเหมือนกัน"

ด้านสุกัญญาบอกว่า "เราต้องเชื่อฟังกัปตัน เพราะเขาจะมีประสบการณ์และรู้สภาพดินฟ้าอากาศ
ปกติก็จะมีการซ้อมรับมือตลอด เช่น ถ้ามีโจรสลัดขึ้นเรือก็ให้ฉีดน้ำใส่แบบเดียวกับที่เขาฉีดน้ำสลายม็อบ (หัวเราะ) เท่าที่ทำงานมา 2 ปีก็ยังไม่เคยเจออะไรร้ายแรงนะ ตอนที่เกิดสึนามิเราก็โชคดีที่เรือของเราเข้าฝั่งก่อนเกิดเหตุวันหนึ่ง”

*เสน่ห์ที่ท้าทาย*

....................แม้งานสำรวจวิจัยทะเลจะเป็นงานที่ยากลำบาก แต่ก็มีเสน่ห์ที่ทำให้พวกเธอหลงใหล และตัดสินใจที่จะล่องเรือในท้องทะเลอัน กว้างใหญ่ต่อไป เพราะสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างพวกเธอแล้ว งานนี้ดูจะเป็นงานที่ท้าทายและ มีไม่กี่คนนักที่สามารถก้าวเข้ามารับหน้าที่นี้

สุกัญญาพูดถึงงานที่เธอทำว่า "คือป้อมมองว่าทะเลมันมีเสน่ห์นะ ไม่ใช่สวยอย่างเดียวแต่มันมีบางอย่างให้ค้นหา
แล้วมันเป็นการค้นหาที่ไม่สิ้นสุด เราอาจจะเจออะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ได้เจอปลาวาฬ ปลาโลมา เจอปลาสายพันธุ์แปลกๆ แล้วข้อมูลที่เราได้ก็เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วย"

....................ขณะที่เพ็ญจันทร์บอกว่า "มันเป็นงานที่ท้าทายนะ คิดดูสิจะมีสักกี่คนที่ได้มาทำงานอย่างเรา เท่าที่รู้ในประเทศไทยนี่นอกจากนักสมุทรศาสตร์ของศูนย์พัฒนาการประมงแห่ง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 4 คน แล้ว ก็มีนักสมุทรศาสตร์ของกรมประมงอีกประมาณ 6 คน เท่านั้น บางคนมองว่าทำงานรอนแรมอยู่ในทะเล จะมีโอกาสมีครอบครัวหรือ แต่ก็เห็นกันนะ เราเองก็มี บางคนก็มีมาก่อนที่จะเข้ามาทำด้านนี้ แต่บางคนก็มาพบรักกันกลางทะเล (หัวเราะ)

....................ต้อง ยอมรับว่างานของนักสมุทรศาสตร์นั้นนอกจากจะตื่นเต้น ท้าทายแล้ว ยังเป็นอีกงานหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไม่น้อยที เดียว

หมายเหตุ : ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นหน่วยงานด้านการวิจัยและพัฒนาทางทะเล
ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยได้รับเงินสนับสนุนหลักจากประเทศญี่ปุ่นและประเทศสมาชิกอาเซียน


ที่มา:
ผู้จัดการรายวัน
เรื่อง: จินดาวรรณ สิ่งคงสิน


...............................................................................



2006-09-17

::On This Day::


เจอ Link แปลกๆ น่าสนใจจากเวปบอร์ด (อีกแระ)
มันเริ่มมาจาก Wikipedia (สารานุกรมที่ทุกคนสามารถอ่านและปรับปรุงเพิ่มเติมเนื้อหาได้)

นั่งอ่านแล้วก็...สนุกแฮะ...โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับสถิต


เช่น วันนี้เดือนนี้ของปีก่อนๆ มีเหตุการณ์อะไรสำคัญบ้าง


หรือ เวปของบีบีซี หรือ New York Time


หรือ http://www.paulsadowski.com/BirthData.asp


แค่เข้าไปใส่วันเดือนปีเกิดของเรา


เวปมันก็จะคำนวณสถิติต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวันที่เราเกิดให้


...อ่านแล้วก็ขำๆดี ....อ้อ....แถมยังมีลักษณะของพระจันทร์ในวันที่เราเกิดให้มาด้วย รูปพระจันทร์ข้างบนนั่นแหละ

ลองใส่วันเดือนปีเกิดของตัวเอง (16 November 1973) เข้าไปแล้ว


ผลออกมา....ว่า


วันที่ปฏิสนธิของคุณ คือ วันที่ 23 กุมถาพันธ์ 1973


ขณะนี้คุณมีอายุ 11,992 วัน หรือ 17,268,499 นาที


อันนี้ตลก


...เหลืออีก61วันจะถึงวันเกิดของคุณ

ซึ่งจะมีเทียนวันเกิดจำนวน33เล่มปักอยู่บนเค้ก

และเทียนเหล่านั้นให้พลังงานคิดเป็นจำนวน 33 BTUs
หรือ 8,316 calories of heat (เทียบได้กับพลังงานจากอาหารเพียง 8.3160 Calories!)

ซึ่งคุณสามารถใช้พลังงานนี้ ต้มน้ำ ปริมาณ 3.77 ออนซ์

....
อ่านแล้วก็.....เอ่อ.... -_- บอกทำไมเนี่ย

อันนี้...ชอบ


เพลงฮิตในปี1973


Killing Me Softly with His Song by Roberta Flack

Tie a Yellow Ribbon Round the Old Oak Tree by Dawn
You're So Vain by Carly Simon
Crocodile Rock by Elton John

Keep On Truckin' by Eddie Kendricks

Bad, Bad Leroy Brown by Jim Croce

Top of the World by Carpenters

Midnight Train to Georgia by Gladys Knight & the Pips

ซึ่งไม่น่าเชื่อ เพราะจากจำนวนเพลงฮิตในปีนั้นทั้งหมด รู้จักและร้องได้มากกว่าครึ่ง........ฮา


ยังมีสถิติอื่นๆ ในปีเกิดอีกหลายเรื่อง เช่น จำนวนคู่แต่งงาน จำนวนเด็กที่เกิด จำนวนคู่หย่าร้าง จำนวนคนตายในปีนั้น


อ้อ....ยังบอกชื่อคนดังๆ ที่เกิดวันเดือนเดียวกันกะเราด้วย


และหนึ่งในนั้นที่เกิดวันเดียวกัน คือ Shigeru Miyamoto (1952) เป็นคนคิดค้นและออกแบบเกมส์ดังๆ เช่น Mario, Donkey Kong, Legend of Zelda, Pikmin ให้กับ Nintendo ซึ่งปลายปีนี้กำลังจะออก Play ตัวใหม่ชื่อ Wii ที่ใครๆคาดว่าจะตี PSP3 กระจุย

.......................................................................

มีอีกเวปนึง...

ให้โหลดรูปถ่ายเราเข้าไป
แล้วโปรแกรมมันจะสแกนเลือกหน้าคนดังไม่ก็ดารา ที่มีโครงหน้า(เทียบความคล้ายคลึงเป็นเปอร์เซ็นต์) ใกล้เคียงกันเรามากที่สุดออกมาให้

...
เข้าไปเล่นแระ....แมร่ง...กว่าครึ่ง...หน้าตาตรูเหมือนผู้ชาย(ว่ะ) กร๊ากกก....

จากที่ดูนะหน้าเหมือนป้าคนนี้ที่สุดง่ะ


Toni Morrison
นักเขียนวรรณกรรมรางวัลโนเบลไพรส์ปี1994

ดาราเกาหลีก็คล้ายเฟ๊ย เหมือนคนนี้ Kim Tae Hee


links Face Recognition


...................................................................

ปล. ว่างมาก ก็เงี๊ย...... ;P


ปอ. อิจฉาเด็กสมัยนี้แฮะ...มีอะไรๆให้เล่นเยอะแยะ


ปฮ. เสียดายเกิดเร็วไปหน่อย ยังจำได้เลยสมัยเรียนปีสี่ ใครส่งงานด้วยโปรแกรมเวิร์ดจุฬาฯ แมร่งเดิ้ลสุดๆ ... ฮ่าๆ...


...................................................................