2007-03-27
2007-03-14
2007-03-13
16 Days to go - เสียงในความทรงจำ
ออกไปข้างนอกตอนบ่ายๆวันนี้ เลยหยิบหนังสือที่้นุ้ยให้ยืมอ่านติดมือไปด้วย
"เสียงในความทรงจำ"
รวมบทสัมภาษณ์ โดย วรพจน์ พันธุ์พงศ์
อ่านจบแล้ว.....ชอบทุกบทสัมภาษณ์เลย (ก็เขาคัดมาแล้วนี่)
ยกมาให้อ่านเล่นๆเรียกน้ำลายสำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่าน
อ้อ...มีข้อสังเกตุอย่างหนึ่ง...ว่า
ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนในหนังสือเล่มนี้...
วิจารณ์(ด่า) ระบบการศึกษาไทยกันถ้วนหน้า (โดยมิได้นัดหมาย) ฮ่าๆ
...........................................................
"เคยคิดจะขอทุนอยู่บ้าน...เคยเห็นพวกขอทุนไปต่างประเทศ ผมอยากขอทุนอยู่บ้าน แต่จะมีใครเชื่อมั๊ยไม่รู้นะ ว่าถ้าผมอยุ่บ้านอาจจะสร้างงานดีๆได้...เออ...ให้เงินมันหน่อย ปล่อยให้มันนั่งสร้างงานวรรณกรรมอยู่บ้านปีหนึ่ง เลี้ยงดูอย่างดี ดูซิว่ามันจะทำอะไรได้"
ศุ บุญเลี้ยง
"ความรักมันเป็นชื่อเรียก การถูกตาต้องใจ จมูกโด่ง ผิวพรรณ การพูดจา รวมอยู่ในนั้น แต่ว่าทั้งหมดเป็นไปเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของเรา เพราะโดยธรรมชาติแล้วมาอยู่คู่กันหญิงชาย เพื่อผลิดลูกเต้าสืบต่อไป ส่วนกามารมณ์เป็นค่าจ้าง"
ศักดิ์ศิริ มีสมสืบ
"ผมพูดเสมอว่า 70-80% เราดูแลตัวเองได้ ถ้าทุกคนคิดแบบนี้ งานด้านสุขภาพจะลดลงมาก
คุณภาพชีวิตจะดีขึ้น หมอก็สบาย งานก็ไม่โหลด คนไข้ลดลง ทุกอย่างดีหมด
แต่ความจริงที่เป็นไปคือคนไข้คิดว่าตัวเองไม่มีอำนาจ ฝ่ายหมอก็คิดว่าอำนาจทั้งหมดอยู่ที่ฉัน
คนไข้ต้องมาพึ่งฉัน ระบบสาธารณะสุขทุกประเทศเป็นแบบนี้ สร้างหมอเท่าไหร่ก็ไม่มีทางพอ
เพราะไม่สอนให้คนคิดเองได้ ต้องคืนอำนาจให้คนไข้ สุขภาพเป็นด้านหนึ่งของชีวิต
ต้องใช้วิธีคิดนี้เหมือนกัน ถึงจะแก้ปัญหามนุษย์ได้"
นายแพทย์วิธาน ฐานะวุฑฒ์
...........................................................
"เสียงในความทรงจำ"
รวมบทสัมภาษณ์ โดย วรพจน์ พันธุ์พงศ์
อ่านจบแล้ว.....ชอบทุกบทสัมภาษณ์เลย (ก็เขาคัดมาแล้วนี่)
ยกมาให้อ่านเล่นๆเรียกน้ำลายสำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่าน
อ้อ...มีข้อสังเกตุอย่างหนึ่ง...ว่า
ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนในหนังสือเล่มนี้...
วิจารณ์(ด่า) ระบบการศึกษาไทยกันถ้วนหน้า (โดยมิได้นัดหมาย) ฮ่าๆ
...........................................................
"เคยคิดจะขอทุนอยู่บ้าน...เคยเห็นพวกขอทุนไปต่างประเทศ ผมอยากขอทุนอยู่บ้าน แต่จะมีใครเชื่อมั๊ยไม่รู้นะ ว่าถ้าผมอยุ่บ้านอาจจะสร้างงานดีๆได้...เออ...ให้เงินมันหน่อย ปล่อยให้มันนั่งสร้างงานวรรณกรรมอยู่บ้านปีหนึ่ง เลี้ยงดูอย่างดี ดูซิว่ามันจะทำอะไรได้"
ศุ บุญเลี้ยง
"ความรักมันเป็นชื่อเรียก การถูกตาต้องใจ จมูกโด่ง ผิวพรรณ การพูดจา รวมอยู่ในนั้น แต่ว่าทั้งหมดเป็นไปเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของเรา เพราะโดยธรรมชาติแล้วมาอยู่คู่กันหญิงชาย เพื่อผลิดลูกเต้าสืบต่อไป ส่วนกามารมณ์เป็นค่าจ้าง"
ศักดิ์ศิริ มีสมสืบ
"ผมพูดเสมอว่า 70-80% เราดูแลตัวเองได้ ถ้าทุกคนคิดแบบนี้ งานด้านสุขภาพจะลดลงมาก
คุณภาพชีวิตจะดีขึ้น หมอก็สบาย งานก็ไม่โหลด คนไข้ลดลง ทุกอย่างดีหมด
แต่ความจริงที่เป็นไปคือคนไข้คิดว่าตัวเองไม่มีอำนาจ ฝ่ายหมอก็คิดว่าอำนาจทั้งหมดอยู่ที่ฉัน
คนไข้ต้องมาพึ่งฉัน ระบบสาธารณะสุขทุกประเทศเป็นแบบนี้ สร้างหมอเท่าไหร่ก็ไม่มีทางพอ
เพราะไม่สอนให้คนคิดเองได้ ต้องคืนอำนาจให้คนไข้ สุขภาพเป็นด้านหนึ่งของชีวิต
ต้องใช้วิธีคิดนี้เหมือนกัน ถึงจะแก้ปัญหามนุษย์ได้"
นายแพทย์วิธาน ฐานะวุฑฒ์
...........................................................
2007-03-12
17 Days to go - จริต
.
.
เขา: ทำไมไม่รู้จักแต่งเนื้อแต่งตัวให้มันดูดีกะเขาบ้าง อายุก็ป่านนี้แล้วเราน่ะ
ฉัน: เอ่อ...คือว่าตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการปลอมตัวเพื่อหา "รักแท้" อยู่น่ะ ;P
.
.
.
เขา: ทำไมไม่รู้จักแต่งเนื้อแต่งตัวให้มันดูดีกะเขาบ้าง อายุก็ป่านนี้แล้วเราน่ะ
ฉัน: เอ่อ...คือว่าตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการปลอมตัวเพื่อหา "รักแท้" อยู่น่ะ ;P
.
.
18 Days to go - Lost: season 1-2
19 Days to go - Here we go again !
.
ฤดูกาลแห่งงานแลี้ยงอำลา...เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้ว
คิวกินเลี้ยงยาวเหยียด...
ร่างกายตอนนี้เริ่มอยู่ในสภาพวัดครึ่งนึงกรรมการครึ่งนึงแบบกึ่มๆ
(นึกถึงตอนไปออสเตรเลียเลย
20 กว่าวันที่อยู่ที่โน่น...
ไม่มีวันไหนที่ร่างกายไม่มีแอลกอฮอร์ผสมอยู่ในกระแสเลือด)
ที่บ้านอาจารย์...
อาหารบานเบิก กินกันไม่หวาดไม่ไหว
แถมอาจารย์เล่นเชลโล่โชว์อีก
ได้ไฟล์มาจากแบดซัง ใครอยากดูก็คลิ๊ก ที่นี่
ตัวเองไม่ได้เอากล้องไป มีแต่กล้องมือถือ ถ่ายมางั๊นๆแหละ
ไปกันตั้งแต่บ่ายสองหน่อยๆ คิดว่าค่ำคงเลิก
ที่ไหนได้...สี่ทุ่มแล้วยังเปิดไวส์กันอยู่เลย
กว่าจะได้ร่ำลากลับจากบ้านอาจารย์
เท่านั้นยังไม่พอ...มีแวะแถวๆโยโกฮาม่าติดปลายนวมอีกจนเกือบเที่ยงคืน
ผลสุดท้ายรถไฟสายเคคิวหมด ต้องเดินจากสถานีชินากาว่ากลับบ้านเลย
.
ฤดูกาลแห่งงานแลี้ยงอำลา...เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้ว
คิวกินเลี้ยงยาวเหยียด...
ร่างกายตอนนี้เริ่มอยู่ในสภาพวัดครึ่งนึงกรรมการครึ่งนึงแบบกึ่มๆ
(นึกถึงตอนไปออสเตรเลียเลย
20 กว่าวันที่อยู่ที่โน่น...
ไม่มีวันไหนที่ร่างกายไม่มีแอลกอฮอร์ผสมอยู่ในกระแสเลือด)
ที่บ้านอาจารย์...
อาหารบานเบิก กินกันไม่หวาดไม่ไหว
แถมอาจารย์เล่นเชลโล่โชว์อีก
ได้ไฟล์มาจากแบดซัง ใครอยากดูก็คลิ๊ก ที่นี่
ตัวเองไม่ได้เอากล้องไป มีแต่กล้องมือถือ ถ่ายมางั๊นๆแหละ
ไปกันตั้งแต่บ่ายสองหน่อยๆ คิดว่าค่ำคงเลิก
ที่ไหนได้...สี่ทุ่มแล้วยังเปิดไวส์กันอยู่เลย
กว่าจะได้ร่ำลากลับจากบ้านอาจารย์
เท่านั้นยังไม่พอ...มีแวะแถวๆโยโกฮาม่าติดปลายนวมอีกจนเกือบเที่ยงคืน
ผลสุดท้ายรถไฟสายเคคิวหมด ต้องเดินจากสถานีชินากาว่ากลับบ้านเลย
.
20 Days to go - กึ่ม
โอ้....ต้องก้มหน้ารับสภาพจริงๆ
เพราะผ่านมาแค่อาทิตย์เดียวก็ไปไม่รอดเสียแล้ว
กับไอ้ที่บอกว่าจะอัพบล๊อคทุกวัน
ก็มันมีเหตุให้เขียนไม่ได้อ่ะนะ
ถ้ามีเนตใช้ที่บ้านด้วยอาจจะรักษาสถิติได้นานกว่านี้
แต่นี่บางวันออกไปข้างนอกก็ไม่อยากกลับเข้ามาแลปแล้ว
อีกอย่าง บางวันก็เมา...ลืมมันซะหยั่งงั๊น
ฮา...
ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น...แล้วเดี๋ยวจะแวบไปเที่ยวอีก
เอาเป็นว่าทำเท่าที่ทำได้ละกัน....ฮ่าๆ
เพราะผ่านมาแค่อาทิตย์เดียวก็ไปไม่รอดเสียแล้ว
กับไอ้ที่บอกว่าจะอัพบล๊อคทุกวัน
ก็มันมีเหตุให้เขียนไม่ได้อ่ะนะ
ถ้ามีเนตใช้ที่บ้านด้วยอาจจะรักษาสถิติได้นานกว่านี้
แต่นี่บางวันออกไปข้างนอกก็ไม่อยากกลับเข้ามาแลปแล้ว
อีกอย่าง บางวันก็เมา...ลืมมันซะหยั่งงั๊น
ฮา...
ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น...แล้วเดี๋ยวจะแวบไปเที่ยวอีก
เอาเป็นว่าทำเท่าที่ทำได้ละกัน....ฮ่าๆ
2007-03-08
2007-03-07
22 Days to go - ที่รุ่งเช้าของวันวาน
งานการที่เสร็จสิ้นเมื่อเช้าวานนี้
ขออุทิศให้...
ณ ดินแดนแห่ง น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ และข้าวเหนียวหมูปิ้ง ในยามเช้า
ดินแดนแห่งเดียวบนโลกใบนี้
....................................................
ขออุทิศให้...
ณ ดินแดนแห่ง น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ และข้าวเหนียวหมูปิ้ง ในยามเช้า
ดินแดนแห่งเดียวบนโลกใบนี้
....................................................
23 Days to go - สัปดาห์หนังสือมาแล้วจ้า
-1-
30 มีนาคม – 10 เมษายน 2550
ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
openbooks อยู่ที่
บูธ O 45 โซน C ชั้น 1และ บูธ Z 14 (อยู่ด้านนอกหอประชุม)
-2-
อดอีกแล้วตรู.... T_T
เพราะออกเรือถึงสงกรานต์โน่นเลย...
โอ้...แสนเศร้า ;(
ไอ้ครั้นจะกระเสือกกระสนไปวันแรกก็คงไม่ไหว
เพราะอยากไปซื้อของลงเรือด้วย :P
อ่า....ชีวิต
2007-03-05
2007-03-04
25 Days to go - เพราะโอกาสเปลี่ยนแปลงบ่อย
..
นางสาวแอบรัก: ไม่กินแกงเขียวหวาน...ทำไมไม่บอก
นายถูกรัก: -_-"
.........................
ปล. มุขส่วนตัว..ขำได้ แต่กรุณาห้ามล้อเลียน T_T
นางสาวแอบรัก: ไม่กินแกงเขียวหวาน...ทำไมไม่บอก
นายถูกรัก: -_-"
.........................
ปล. มุขส่วนตัว..ขำได้ แต่กรุณาห้ามล้อเลียน T_T
2007-03-03
26 Days to go - วางแผน
.
หนังสืออ่านเล่น - ขนกลับ
เปเปอร์ที่น่าสนใจ - เซฟเป็นพีดีเอฟแล้วเขียนใส่ซีดีกลับ
Text books - แอบก๊อปปี้จากห้องอาจารย์ใหญ่กลับ
ข้อมูล - ฮาร์ดก๊อปปี้ ซีดี ขนกลับ
เดสทอป - แกะเอาฮาร์ดดิสและแรม ขนกลับ
โนตบุ๊ค - ขนกลับ
รูปภาพ - ขนกลับ
ตัวอย่างหมึก - ยกลงไปชั้นสอง
จักรยาน - คืนยุ้ย
เครื่องครัว - ยกให้คนแถวนี้
เครื่องใช้ไฟฟ้า - ยกให้คนแถวนี้
ผ้าห่มที่นอนหมอนมุ้ง - ยกให้คนแถวนี้
โทรติดต่อ - บริษัทส่งของ
โทรยกเลิก - ประปา ไฟฟ้า แก๊ส
โทรศัพท์ - ให้เอใหญ่
ทำความสะอาด - โต๊ะทำงาน บ้าน ห้องน้ำ
เข้าเล่มวิทยานิพนธ์ - ให้อาจารย์ ให้committee ให้ห้องสมุด ให้หัวหน้ากอง
ซื้อของฝาก ให้ที่บ้าน ให้ที่ทำงาน ให้เพื่อนๆ
.
.
.
แล้ว
หัวใจล่ะ...
ก. โทรยกเลิก
ข. ยกให้คนแถวนี้ี้
ค. ขนกลับ
ง. ผิดทุกข้อ
:P
.....................................................
หนังสืออ่านเล่น - ขนกลับ
เปเปอร์ที่น่าสนใจ - เซฟเป็นพีดีเอฟแล้วเขียนใส่ซีดีกลับ
Text books - แอบก๊อปปี้จากห้องอาจารย์ใหญ่กลับ
ข้อมูล - ฮาร์ดก๊อปปี้ ซีดี ขนกลับ
เดสทอป - แกะเอาฮาร์ดดิสและแรม ขนกลับ
โนตบุ๊ค - ขนกลับ
รูปภาพ - ขนกลับ
ตัวอย่างหมึก - ยกลงไปชั้นสอง
จักรยาน - คืนยุ้ย
เครื่องครัว - ยกให้คนแถวนี้
เครื่องใช้ไฟฟ้า - ยกให้คนแถวนี้
ผ้าห่มที่นอนหมอนมุ้ง - ยกให้คนแถวนี้
โทรติดต่อ - บริษัทส่งของ
โทรยกเลิก - ประปา ไฟฟ้า แก๊ส
โทรศัพท์ - ให้เอใหญ่
ทำความสะอาด - โต๊ะทำงาน บ้าน ห้องน้ำ
เข้าเล่มวิทยานิพนธ์ - ให้อาจารย์ ให้committee ให้ห้องสมุด ให้หัวหน้ากอง
ซื้อของฝาก ให้ที่บ้าน ให้ที่ทำงาน ให้เพื่อนๆ
.
.
.
แล้ว
หัวใจล่ะ...
ก. โทรยกเลิก
ข. ยกให้คนแถวนี้ี้
ค. ขนกลับ
ง. ผิดทุกข้อ
:P
.....................................................
2007-03-02
27 Days to go - อยู่ที่ใจ
.
"มหาสมุทรของแต่ละคนมีคลื่นลมไม่เท่ากัน"
วรพจน์ พันธุ์พงศ์
(ที่อยู่ของหัวใจ)
.
.
...ในฐานะที่เป็นคนคุ้นเคยกับสถานการณ์ "คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล"
ต้องขอยกมือเห็นด้วยกับประโยคข้างบนนี้ทุกประการ
ก็นับประสาอะไรกับคนที่ "ลงเรือลำเดียวกัน" แท้ๆ
หากไปถาม "กัปตันเรือ" คำตอบที่ได้ ก็คือ ทุกอย่างเป็นปกติ คลื่นและลมนั้นหากไม่มีก็เราคงไม่เรียกมันว่า "ทะเล"
และถ้าหากถาม "กลาสีเรือ" ก็คงได้ฟังเสียงหัวเราะพร้อมกับคำตอบว่า
"เหมือนน้ำกระเพื่อมในอ่าง" นั่นเป็นเพราะเขาเหล่านั้นล้วนผ่านคืนวันที่มีคลื่นใหญ่ลมจัดมาจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้วนั่นเอง
แต่หากถาม "เด็กใหม่" ที่เพิ่งจะเพิ่งได้ลงมาสำผัสชีวิตในแบบที่ใครๆชอบเรียกมันว่า "เท้งเต้ง"
คำตอบที่ได้จากปากขณะที่มือกำลังเกาะกำกาบเรือพร้อมท้องใส้ที่กำลังปั่นป่วนนั้น
ก็คงเป็นคลื่นลูกใหญ่และลมพายุที่แสนรุนแรงอย่างไม่เคยเจอมาก่อนจนแทบถอดใจ
...หากแต่แท้ที่จริงแล้ว...
คลื่นจะใหญ่แค่ไหน หรือ ลมจะแรงเพียงใด
ก็คงไม่ยิ่งใหญ่เท่าจิตใจของมนุษย์เรา
ทุกๆอย่างมันกำหนดด้วยกล้ามเนื้อขนาดเท่ามือกำ...แค่นั้น
หากใจบอกตัวเองว่า "สู้" จะแพ้ รึ จะชนะ เพียงแต่ถ้าล้มแล้วลุกขึ้นมาได้ ไม่ท้อไม่ถอย
เราทุกคนก็จะผ่านพ้นคืนวันเหล่านั้นไปได้
...อยู่ที่ใจ...
กับไอ้เรื่อง "รักๆใคร่ๆ" นั่นก็เช่นกัน
ไอ้ที่ออกอาการ "ไปไม่เป็น" กันซะส่วนใหญ่
ก็เพราะใจนั่นแล
ในวันที่มีคนบอกว่ารัก คิดถึงกัน และคอยเอาใจใส่
หัวใจมันก็พองโต มีเรี่ยวแรง ทำงานทำการ ยิ้มแย้มทักทายผู้คน
แต่พอถึงวันที่เลิกรัก เพราะเราไม่เข้ากัน หรือไม่ก็...ต้องการเวลาทบทวนตัวเอง
อะไร อะไร มันก็หดหู่ ไม่อยากพูด ไม่อยากคุย ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น เหมือนโลกกำลังจะแตกสลาย
ที่เคยเป็นคนร่าเริงแจ่มใส ก็กลายเป็นถามคำตอบคำ "บอกบุญไม่รับ" ไปทันใด
นี่ก็เพราะใจอีกนั่นแล...
หรือเธอว่าอย่างไร...
........................................................................................................
ปล.
นับเลขผิดอีกแล้ว...ด้วยความที่วันกลับเมืองไทยไม่ใช่วันที่สามสิบเอ็ด
ดังนั้น จำนวนตัวเลขที่จะนับถอยหลังจึงเริ่มต้นที่ 27 ไม่ใช่ 30
"มหาสมุทรของแต่ละคนมีคลื่นลมไม่เท่ากัน"
วรพจน์ พันธุ์พงศ์
(ที่อยู่ของหัวใจ)
.
.
...ในฐานะที่เป็นคนคุ้นเคยกับสถานการณ์ "คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล"
ต้องขอยกมือเห็นด้วยกับประโยคข้างบนนี้ทุกประการ
ก็นับประสาอะไรกับคนที่ "ลงเรือลำเดียวกัน" แท้ๆ
หากไปถาม "กัปตันเรือ" คำตอบที่ได้ ก็คือ ทุกอย่างเป็นปกติ คลื่นและลมนั้นหากไม่มีก็เราคงไม่เรียกมันว่า "ทะเล"
และถ้าหากถาม "กลาสีเรือ" ก็คงได้ฟังเสียงหัวเราะพร้อมกับคำตอบว่า
"เหมือนน้ำกระเพื่อมในอ่าง" นั่นเป็นเพราะเขาเหล่านั้นล้วนผ่านคืนวันที่มีคลื่นใหญ่ลมจัดมาจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้วนั่นเอง
แต่หากถาม "เด็กใหม่" ที่เพิ่งจะเพิ่งได้ลงมาสำผัสชีวิตในแบบที่ใครๆชอบเรียกมันว่า "เท้งเต้ง"
คำตอบที่ได้จากปากขณะที่มือกำลังเกาะกำกาบเรือพร้อมท้องใส้ที่กำลังปั่นป่วนนั้น
ก็คงเป็นคลื่นลูกใหญ่และลมพายุที่แสนรุนแรงอย่างไม่เคยเจอมาก่อนจนแทบถอดใจ
...หากแต่แท้ที่จริงแล้ว...
คลื่นจะใหญ่แค่ไหน หรือ ลมจะแรงเพียงใด
ก็คงไม่ยิ่งใหญ่เท่าจิตใจของมนุษย์เรา
ทุกๆอย่างมันกำหนดด้วยกล้ามเนื้อขนาดเท่ามือกำ...แค่นั้น
หากใจบอกตัวเองว่า "สู้" จะแพ้ รึ จะชนะ เพียงแต่ถ้าล้มแล้วลุกขึ้นมาได้ ไม่ท้อไม่ถอย
เราทุกคนก็จะผ่านพ้นคืนวันเหล่านั้นไปได้
...อยู่ที่ใจ...
กับไอ้เรื่อง "รักๆใคร่ๆ" นั่นก็เช่นกัน
ไอ้ที่ออกอาการ "ไปไม่เป็น" กันซะส่วนใหญ่
ก็เพราะใจนั่นแล
ในวันที่มีคนบอกว่ารัก คิดถึงกัน และคอยเอาใจใส่
หัวใจมันก็พองโต มีเรี่ยวแรง ทำงานทำการ ยิ้มแย้มทักทายผู้คน
แต่พอถึงวันที่เลิกรัก เพราะเราไม่เข้ากัน หรือไม่ก็...ต้องการเวลาทบทวนตัวเอง
อะไร อะไร มันก็หดหู่ ไม่อยากพูด ไม่อยากคุย ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น เหมือนโลกกำลังจะแตกสลาย
ที่เคยเป็นคนร่าเริงแจ่มใส ก็กลายเป็นถามคำตอบคำ "บอกบุญไม่รับ" ไปทันใด
นี่ก็เพราะใจอีกนั่นแล...
หรือเธอว่าอย่างไร...
........................................................................................................
ปล.
นับเลขผิดอีกแล้ว...ด้วยความที่วันกลับเมืองไทยไม่ใช่วันที่สามสิบเอ็ด
ดังนั้น จำนวนตัวเลขที่จะนับถอยหลังจึงเริ่มต้นที่ 27 ไม่ใช่ 30
2007-03-01
...Never Say Goodbye...

Sources: http://www.comics.com//comics/peanuts/
...วันแรกของเดือนสุดท้าย...
-1-
เมื่อเช้าลืมตาตื่นขึ้นมา นอนดูเพดานห้องแล้วก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
ลองถามตัวเองเล่นๆดูว่าสามสิบวันที่เหลือ
มีอะไรที่อยากทำก่อนกลับเมืองไทยบ้าง
นึกไปนึกมา ก็พบว่า สิ่งหนึ่งที่อยากทำ้ (แต่โอกาสสำเร็จท่าจะยาก ฮา)
ก็คือ อยากจะเขียนบล๊อคให้ได้ทุกวัน
เขียนอะไรก็ได้ ทุกเรื่องที่อยากบันทึก
วันนี้เลยถือเป็นฤกษ์งามยามดี
ได้โอกาสมี "ปฏิณญามีนาคม" กับเขาบ้าง (ฮ่าๆ)
จะพยายามเข้ามาเขียนทุกวัน นอกเสียจากว่ามีเหตุสุดวิสัยจริงๆ (เช่น ต้องไปเที่ยว เป็นต้น :P)
-2-
...วันก่อนนั่งฟังเพลงไปเรื่อยๆจนมาถึงเพลงนี้ Never say goodbye ของ John Bon Jovi
ไม่ได้ฟังซะนาน เออ ก็เพราะดีแฮะ :)
นี่สงสัยว่าตัวเองกำลังเริ่มเข้าสู่สภาวะ "ไม่รักแต่คิดถึง" อะไร อะไร ที่คุ้นเคยแถวๆนี้ซะแล้ว
-3-
หลังจากที่ใช้หัวใจตัวเองพิจารณาอย่างถ้วนถี่แล้ว...ก็พบว่า
สามสิบวันที่เหลือที่นี่...สิ่งที่รู้สึกว่าอยากจะทำ
กลับไม่ใช่ การออกไปเที่ยว ซื้อของ หรือกินอาหาร โน่น นี่
แบบที่ใครๆเขาชอบทำกันก่อนกลับ...บลา บลา บลา
แต่กลับกลายเป็นว่า
สิ่งที่อยากจะทำมากที่สุด คือ
การทำให้เป็นปกติ...อันหมายถึง
การตื่นสาย อาบน้ำ แต่งตัว ขี่จักรยานมาแลป
กินกาแฟ ทำงาน เล่นเนต สบตาใครบางคน
เขียนบันทึก กินข้าว และ คุยกับคนโน้นคนนี้
เหมือนปกติที่ทำเป็นประจำวันทุกวัน
เท่านี้แหละ...ที่อยากจะทำ
.
.
.
บางทีคนเรา อาจจะไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า
ความเป็นปกติของชีวิต ก็เท่านั้นเอง
......................................
Subscribe to:
Posts (Atom)

