+ 2006/04/06 +
โทรหาไอ้อุ๋ยก่อนเข้าไปศูนย์อันดามันฯ ถึงได้รู้ว่าวันนี้วันหยุดราชการ ...
+ 2006/04/08 +
ก้มหน้าก้มตาทำงานมาสามวันแล้ว มาภูเก็ตคราวนี้เเป็นงานเก็บตัวอย่างงวดสุดท้าย พยายามจะให้เสร็จก่อนสงกรานต์อาทิตย์หน้าจะได้แวะบ้านซัก2-3 วัน เพราะหลังจากนี้คงจะลากยาวถึงมีนาปีหน้าเลย
อากาศที่ภูเก็ตไม่ค่อยร้อนอย่างที่คิด ถึงจะเข้ากลางเดือนเมษาแล้ว ก็ยังมีฝนโปรยลงมาเกือบทุกวัน ช่วยคลายร้อนได้เยอะทีเดียว
มาเก็บตัวอย่างที่นี่เหมือนได้เอาใจมาพัก ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องเจอ ไม่ต้องปฏิสัมพันธ์กับใคร มีอากาศดีๆ มีอาหารอร่อยๆ มีหนังสือให้อ่าน มีตลาดนัดให้เดินเล่น มีทะเลที่แค่ชะโงกหัวออกไปหลังบ้านก็มองเห็นแล้ว
ข้อแลกเปลี่ยนที่นี่คือต้องตื่นเช้าเพราะว่าอาศัยนั่งทำงานที่ม้าหินหน้าบ้านพัก ซึ่งทำได้เฉพาะช่วงกลางวันเท่านั้น เนื่องจากพอเริ่มค่ำยุงจะเยอะจนนั่งไม่ไหว ถ้าตื่นเช้าก็ได้กำไรเพราะได้งานมาก อีกอย่างถ้าตื่นสายก็จะอดข้าวเช้าเพราะร้านขนมจีน ข้าวหมกไก่หน้าศูนย์ฯ เจ้าเดียวที่แสนอร่อย(จริงๆ) ไม่ทันสายเท่าไหร่ก็ขายหมดเสียแล้ว
+ 2006/04/10 +
นั่งอ่าน "นั่งฝั่งตะวันตื่น ยืนฝั่งตะวันตก" ของ ทรงกลด บางยี่ขัน (บรรณาธิการ a day weekly คนปัจจุบัน) อยู่ที่ประตูครัวหลังบ้านพัก ทิวทัศน์ที่มองเห็นคลาสสิคไม่ใช่เล่นเนื่องจากที่ตั้งของศูนย์ฯอยู่บนเขาลูกย่อมๆติดกับอ่าวเล็กๆชื่อ "อ่าวมะขาม" ส่วนที่เป็นบ้านพักของเจ้าหน้าที่อยู่ค่อนมาทางเชิงเขาทางทิศใต้ของอ่าวเวลามองออกไปจากครัวหลังบ้านจะมองเห็นบางส่วนของอ่าวมะขาม สวยงามไม่ใช่เล่น ถึงแม้อ่าวทางทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ตจะไม่เหมาะกับการเล่นน้ำและสวยสู้หาดด้านตะวันตกไม่ได้แต่ทุกๆวันแค่ได้มองเห็นทะเลก็ชื่นใจแล้ว
+ 2006/04/13 +
สวนกระแสวันสงกรานต์ แต่งตัวออกไปดูหนังที่เซ็นทรัล (สาขาภูเก็ต) เพื่อนพยายามเตือนสติว่าถ้าไม่อยากเปียกก็อย่าริออกนอกบ้าน แต่คนถือคติประจำใจ "ง้างแล้วต้องยิง" อย่างเราไม่มีถอย แต่หันไปคว้าเสื้อยืดสีดำใส่เป้เผื่อไว้เปลี่ยน หากต้องกลายเป็นลูกหมา(ตกน้ำ) แถวตลาดสดเพราะต้องไปยืนรอรถเมล์ที่นั่น
สงกรานต์ปีนี้น่าสนุก อาจจะเพราะตั้งแต่ต้นปีคนไทยเรามีแต่เรื่องเครียดๆ ถึงเทศกาลแบบนี้เลยปลดปล่อยกันเต็มที่ ที่ตลาดสด (คนภูเก็ตเรียก "ตลาดดาวทาวส์") มีทั้งแกงส์เด็กที่ออกมาตั้งก๊วนสาดน้ำที่หน้าบ้าน มีกลุ่มวัยรุ่นที่อัดมากันจนเต็มท้ายกระบะพร้อมถังน้ำขนาดย่อม มีตั้งแต่ปืนฉีดน้ำกระบอกจิ๋ว ไปยันปืนที่จุน้ำได้กว่าลิตรแถมยังมีแทงส์สำรองสะพายไว้ที่หลังอีกด้วย ส่วนฝรั่งนักท่องเที่ยวก็เท่ส์ไม่หยอก เหมาตุ๊ก ตุ๊ก ที่คนขับใจดี ถอดเอาหลังคารถออกเพื่อให้ไม่เกะกะเวลาสาดน้ำ
หลังจากยืนสังเกตุการณ์ผู้คนเดินที่ขวักไขว่อย่างไม่กลัวเปียกอยู่บริเวณหน้าทางเข้าตลาดสดได้สักระยะหนึ่ง ถึงได้รู้ว่า กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ที่เดินกันให้ควั่กอยู่เนี่ยไม่ใช่คนไทย แต่เป็นชาวต่างชาติเพื่อนบ้านกันนี่เอง ประมาณว่า ถ้าเห็นเดินมาสิบคนเนี่ย แปดคนน่ะ "พม่า" ล้วนๆ ไม่ปนชาติอื่นเลย และในมือแต่ละคนกำปืนฉีดน้ำเล็กๆเอาไว้คล้ายพร้อมรบเสมอ แต่เป็นการรบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มนะ
ใช้เวลาอยู่ในห้างสรรพสินค้าตั้งแต่เที่ยงจนมืดค่ำ ดั่งเขมรเพิ่งออกมาเผชิญโลกกว้าง ไล่ตั้งแต่ กินข้าว ดูหนัง เลือกซื้อหนังสือ กินไอติม ชอปปิ้ง และตบท้ายด้วยการเข้าร้านตัดผม
เป็นหนึ่งวันที่ได้อยู่กับตัวเองอย่างมีความสุข เหมือนสมองและหัวใจได้เจอวันหยุดนักขัตฤกษ์ ประมาณนั้น
+ 2006/04/14 +
เก็บข้าวของลงเป้ ชีพจรลงเท้าอีกครั้ง ได้กลับบ้านเสียที หลังจากเบี้ยวมาหลายครั้ง ถึงคราวนี้จะเป็นการกลับแบบเหี่ยวๆ ทั้งหัวใจและกระเป๋าก็ตาม
ถึงบ้านทุ่มกว่า แม่มารับที่ตลาดด้วยรถป้ายแดงใหม่เอี่ยม ไม่ทันจะอ้าปาก แม่ก็รีบแก้ตัวพัลวัน เลยต้องบอกแม่ว่าช่างเหอะ ยกประโยชน์ให้จำเลยเนื่องในวันครอบครัว
+ 2006/04/15 +
กล่องพัสดุบรรจุหนังสือที่ฝากไอ้อุ๋ยซื้อมานอนรอท่าอยู่ที่บ้านเรียบร้อยก่อนหน้าสองวันด้วยซ้ำ ...โอ้...สวรรค์...(เดี๋ยวค่ำๆค่อยโทรไปขอบคุณเพื่อนอุ๋ย)
อดใจไม่ไหว....มือมั่นสั่น....พยายามห้ามใจไม่ให้หยิบมาอ่านก่อนเพราะอยากจะเก็บเอากลับไปอ่านที่โน่น.....
เฮ้อออ .............แพ้ใจตัวเอง......ในที่สุด
.......................
เคยตกหลุมใครทั้งๆที่ยังไม่ได้เห็นหน้ามั๊ย..........?
เฮ้ออออ.........ตกหลุมรัก วรพจน์ พันธุ์พงศ์ เข้าเต็มเปาเสียแล้วเรา
คนอะไรเขียนหนังสือได้...เอ่อ...จะอธิบายยังไงดี....อ่านแล้วรู้สึกคนเขียนเป็นคนน่ารัก รักจริง จริงจัง อ่อนไหว(แถมขี้ใจน้อยด้วยนะ)....โอย....หลงรักวรพจน์ซะแล้วเรา
.......................
นั่งอ่าน นอนอ่าน แย่งกันอ่านกะนังนก (เกี่ยงกันเลี้ยงเจ้าขิงด้วย ฮ่า ฮ่า) เพราะหนังสือนี่แหละ
+ 2006/04/16 +
ขับรถไปชอปฯ ที่โลตัสรังสิตคลองสี่....ฮื่ม....รสใหม่ๆ เหยียบมันส์ดีเจงๆ...ชวนแม่กับน้า(น้องสาวแม่) อีกสองคนไปด้วยกัน...ฮาโคตรๆ ผลัดกันยิงมุขไปตลอดทางอยากจะอัดเทปกลับไปให้ไอ้พวกทางโน้นให้มันฟังกันจริงๆ ฮ่า ฮ่า
มื้อเย็นกินกับข้าวฝีมือน้าเยาว์...อร่อยสุดๆ...แกงส้มชะอมทอด ปลาทูทอดกรอบๆ...โอย...ไม่อยากกลับไปเรียนแล้ว
+ 2006/04/17 +
ถึงเวลาต้องเก็บกระเป๋าอีกแล้ว เฮ่อ.....พยายามแพคทุกอย่างลงในเป้....อยากให้มันเป็นกระเป๋าใบเดียวเพราะต้องนั่งรถโดยสารเข้าไปแวะเซ็นทรัลซื้อหนังสือให้ไอ้เจ้าโบ้ท (ไม่น่าไปเปิดเมลล์เมื่อคืนเลยตรู.....ก็เลยต้องตกเป็นทาสคำพูดของตัวเองในที่สุด)
จ๊ากกก.....ไม่สำเร็จ.....เลยต้องมีกระเป๋าสองใบ....เอาวะ....เดี๋ยวนั่งรถตู้เอาดีกว่า ถึงเซ็นทรัลเลย
.......................
บ่ายแก่ๆ ถึงเซ็นทรัล เดินหอบเป้เข้าไปฝากที่ซุปเปอร์ชั้นใต้ดิน เด็กรับฝากกระเป๋ามองแบบระแวงสุดฤทธ์...โธ่น้อง....ถ้าพี่จะมาวางระเบิดจริงๆ คงไม่ทำตัวโดดเด่นขนาดนี้หรอกเป้หลังสีแดง เป้หน้าสีชมพูแปร๋นสุดๆ...ถ้าจะก่อการร้ายจริงๆ คงโดนพี่รปภ. ซิวตั้งแต่หน้าประตูแล้ว
.......................
ไปเดินร้านเดอะบุ๊ค ได้หนังสือมาอีก 3-4 เล่ม....หมดตูดจริงๆแล้วคราวนี้
ทำตัวเหมือนหมีสะสมอาหารเพื่อจำศีลหน้าหนาวยังไงยังงั๊นเลย.....ฮา
.......................
เช็คชื่อหนังสือเข้าคลังล่าสุด
1. Open51 โดย สำนักพิมพ์โอเพ่น
2. ที่อยู่ของหัวใจ โดย วรพจน์ พันธุ์พงศ์
3. อย่างน้อยที่สุด โดย วรพจน์ พันธุ์พงศ์
4. Open Diary โดย วรพจน์ พันธุ์พงศ์
5. ความเกี่ยวข้องของคนอื่นไกล โดย อธิคม คุณาวุฒิ
6. นั่งฝั่งตะวันตื่น ยืนฝั่งตะวันตก โดย ทรงกลด บางยี่ขัน
7. ผ่านพบไม่ผูกพันธ์ โดย เสกเสรรค์ ประเสริฐกุล
8. Open House (October 2002) โดย สำนักพิมพ์โอเพ่น
9. ???????? โดย ปราย พันแสง
.......................

3 comments:
http://beinspired.diaryis.com/?20060512
เอาข่าวดีของเพื่อนเติ้นมาฝาก
คิกคิก
-*-
somnong
อ่านบันทึกแกแล้วทำให้ชั้นอยากอ่านหนังสือของวรพจน์ ที่แกพยายามกล่อมชั้นขึ้นมาอีกแล้ว อยากรู้ว่าดียังไงแกถึงเพ้อขนาดนี้ แต่ไปหาที่ซีเอ็ดหลายสาขาแล้วปรากฏว่าหมดเกลี้ยง ทำไมขายดีนักวะ ไม่อยากเชื่อ
...ฮ่าๆ...เห็นไหมเล่าแก...กลายเป็นของดีหายากไปเสียแล้ว...แต่ทั้วนี้ทั้งนั้น ก็อย่าคาดหวังจะดีกว่า...เดี๋ยวจะหาว่าชั้นโปรโมท...ชั้นอ่านแล้วชอบแต่แกอาจไม่ชอบก็ได้นิ...หุ หุ
Post a Comment